ReadyPlanet.com
dot
dot
เข้าสู่ระบบ (Log in)
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
เว็บน่าสนใจ ******* Interesting Website
dot
bulletBlog หมอฟันสอนดูดวง
bulletเทคโนโลยี่แห่งการมีฟันสวย
bulletเว็บโฆษณาดังที่สุดของเมืองไทย
dot
บทความที่ไม่ควรอ่านข้าม
dot
bulletพัฒนาจิต พัฒนาชีวิต น่าสนใจมากๆ
bulletโหราศาสตร์ไทยพาราณสี ภูมิปัญญาจากอดีตสู่ความหวังในอนาคต
bulletความคิดเห็นของผู้มาเรียน
bulletVDO งานวันไหว้ครูที่ทำให้อาจารย์ประหลาดใจ
bulletบรรยากาศแห่งความสุขในชั้นเรียนรุ่นที่ 6
bulletบรรยากาศแห่งความสุขในชั้นเรียนรุ่นที่ 5
bulletงานเลี้ยงหลังจบเรียนรุ่นที่5
bulletสังสรรค์รุ่น 5 ร้านแอนนาชาลี 6 มิถุนายน 2552
bulletสั่งซื้อโปรแกรมโหราศาสตร์ไทยพาราณสี
dot
** เฉลยตะลุยโจทย์** หนังสือหมอฟันสอนดูดวง
dot
bulletเฉลยตะลุยโจทย์ "หมอฟันสอนดูดวงภาคเคล็ดลับ เล่ม1"
bulletเฉลยตะลุยโจทย์ "หมอฟันสอนดูดวงภาคเคล็ดลับ ภาค 2"
dot
ปัญญาวิเคราะห์
dot
bulletฆ่าตัวตายนั้นไม่ยาก
bulletโหราศาสตร์กับโลกอนาคต
dot
Newsletter

dot
bulletรายชื่อคณะกรรมการกฐิน วัดดอนโพธิ์งาม
bullet"




ฆ่าตัวตายนั้นไม่ยาก

                                   ฆ่าตัวตายนั้นไม่ยาก
 
             หมอชอบอ่านหนังสือพิมพ์ตอนเช้าๆ บางครั้งก็ได้อ่านรับรู้เรื่องการฆ่าตัวตายอย่างเช่น มีนายทหารผู้ใหญ่ที่มีชื่อเสียงทางการเมืองในอดีตเป็นมะเร็ง และท่านก็เลือกการหนีความทรมานจากการเป็นโรคร้ายนั้น ด้วยวิธีการยิงตัวตาย หรือหนุ่มสาวที่ไม่สมหวังในรักแล้วกินยาฆ่าตัวตาย เป็นต้น ทำให้เกิดความรู้สึกว่าการฆ่าตัวตายนั้นง่ายจริงๆเพราะเห็นออกข่าวไม่เว้นแต่ละวัน แต่ถ้าคิดให้ดี ๆ แล้วรู้สึกสงสารบุคคลที่ได้ฆ่าตัวตายเหล่านั้น คิดถึงผลกระทบต่อตัวบุคคลนั้นเองโดยตรง แต่ที่อดรู้สึกสงสารไม่ได้คือคนรอบข้างของบุคคลเหล่านั้น คือสามีหรือภรรยา พ่อแม่ ญาติพี่น้อง ลูกหลานและเพื่อนฝูง ว่าพวกเขาจะกระทบกระเทือนจิตใจกันอย่างไร แล้วผลจากการกระทบกระเทือนจิตใจของบุคคลเหล่านั้นต่อสังคมจะรุนแรงมากน้อยแค่ไหน เพราะการฆ่าตัวตายเป็นการทำลายชีวิตโดยตัวเจ้าของชีวิตเอง ซึ่งคนใกล้ชิดเหล่านั้นไม่เคยคาดหวังจะให้คนที่ตนรักและผูกพันนั้นทำลายชีวิตของตัวเองและเกิดความรู้สึกที่ยอมรับไม่ได้ ทำให้เกิดทุกข์ทางใจมากกว่าการตายด้วยสาเหตุอื่น

            จึงเป็นเหตุให้ทางพุทธศาสนาได้เปรียบเปรยว่า คนที่ฆ่าตัวตายนั้นจะต้องตกนรกและต้องมาฆ่าตัวเองตาย 500 ชาติ สำหรับเรื่องตกนรกจะจริงหรือไม่ หมอว่าไม่ใช่ประเด็นนะครับ แต่หมอว่าผลกรรมที่ทำให้คนใกล้ชิดต้องโศกเศร้าเสียใจ นี่ซิคือ นรกจริง ๆ นรกบนโลกมนุษย์ โดยเฉพาะพ่อแม่ของคนที่ฆ่าตัวตาย จะรู้สึกอย่างไร สัญชาติญาณพ่อแม่ของมนุษย์และสัตว์คือการรักษาเผ่าพันธุ์ให้คงอยู่ มีหลายเรื่องทีเดียวที่พ่อ    แม่ยอมสละชีวิตตนเองเพื่อลูกได้ แต่ลูกกลับมาฆ่าตัวตายซะเอง อะไรจะทำความทุกข์ให้พ่อแม่อย่างที่สุดนี้ไม่มีอีกแล้ว เพราะสัญชาติญาณของพ่อแม่ต้องการให้ลูกตัวเองมีลูกหลานสืบเผ่าพันธุ์และมีความเจริญอย่างไม่รู้จบอยู่แล้ว นั่นคือ นรกที่เกิดขึ้นจริง ๆ อย่างน่าเห็นใจทีเดียว และสมมติว่าการฆ่าตัวตายนั้น ชีวิตไม่ได้ถูกทำลายจริงคือ “ตายแล้วไม่สูญ “  ชีวิตที่เปลี่ยนไปเป็นรูปแบบชีวิตทางวิญญาณจะอยู่ในสภาพอย่างไร จะต้องทนทุกข์ทรมานขนาดไหน เพราะการสูญเสียร่างหรือสื่อในการที่จะแก้ตัวหรือแก้ไขได้แตกสลายไปแล้ว คงเป็นสภาพที่ต้องทนทุกข์ทรมานน่าดูเลยทีเดียว เปรียบเสมือนจมธรณีไปเลย นั่นคือ “ นรกทางวิญญาณ ” นั่นเอง

            และยิ่งถ้ารับรู้ว่าคนที่ตนรัก ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่หรือคนใกล้ชิดที่ผูกพันกันมาก รู้สึกเสียใจขนาดไหนแล้ว ยิ่งทำให้การตกนรกหมกไหม้ทางใจนั้น ยากยิ่งในการเยียวยาทีเดียว กลายเป็นมหกรรมมหานรกเลยแหล่ะครับ  คนเราเกิดมาหมอว่าเป็นโอกาสนะครับ โอกาสอะไรเอ่ย โอกาสที่เราจะได้เรียนรู้  เรียนรู้อะไรเอ่ย เรียนรู้ชีวิตของตนเองเป็นหลักสำคัญ แต่เรียนรู้ทางวิชาการหรือทางอาชีพหรือความชำนาญต่าง ๆ หรือการใช้ชีวิตเผชิญปัญหาและประสบการณ์ชีวิตทั้งดีและไม่ดีต่างๆ เหล่านี้เป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งเท่านั้นที่ทำให้เกิดขบวนการเรียนรู้ตัวเองและเป็นขบวนการพัฒนาชีวิตเอง ไม่ว่าเราจะเก่งอย่างไรทางไหนก็แล้วแต่ บทสรุปของชีวิตก็คือ โอกาสที่ทุกคนจะได้เรียนรู้ตัวเอง เรียนรู้ที่แท้จริงคือการที่จิตใจ ( ผมชอบเรียก “จิตใจ” ว่าเป็น “รูปแบบชีวิตที่แท้จริง” ไลฟ์ฟอร์ม “Life Form" ) เรียนรู้ธรรมชาติของจิตเอง จนสามารถปล่อยวางความทุกข์ใจได้และนั่นคือ “ อิสรเสรีภาพที่แท้จริงของจิต “ เป็นที่สุดแห่งทุกข์ ( ทุกข์ดับ ) การฆ่าตัวตายทำให้ขบวนการเรียนรู้และพัฒนาจิต เกิดการติดขัดถูกขัดขวางและการพัฒนาชีวิตไปไม่สุดทางอย่างที่ควรจะเป็น 


              ผมว่านะ คนที่ฆ่าตัวตายคงคิดว่าปัญหานั้นแก้ไขไม่ได้ ยอมรับไม่ได้อย่างมากถึงทางตัน ซึ่งก็คงไม่เถียงนะครับ ถ้าคนนั้นมีพื้นฐานชีวิตที่ขาดหลักในการคิดหรือไตร่ตรองพิจารณา ก็จะไม่รู้จักเรียนรู้ความรู้สึกนึกคิดของตัวเองและไม่สามารถแก้ไขได้ มักจะเป็นคนที่คุ้นเคยกับอารมณ์แห่งการได้มามากกว่าการรู้จักสูญเสียหรือผิดหวังนั่นเอง  การมีชีวิตอยู่โดยขาดความเข้าใจในเรื่องอารมณ์และความรู้สึก ตลอดจนความคุ้นเคยที่ชอบทำตามอารมณ์ตนเองหรือตามใจตนเองโดยไม่คิดพิจารณาถึงผลกระทบต่อชีวิตตนเองและคนอื่น จะกลายเป็นนิสัยที่ฝังรากลึก ทำให้ความคิดถึงทางตันและสลัดอารมณ์รุนแรงที่จะทำลายชีวิตตนเองไม่ได้ จึงทำลายชีวิตตนเองด้วยอารมณ์ชั่ววูบ


              จริง ๆ แล้ว ตราบใดยังมีลมหายใจอยู่ ตราบนั้นก็ยังมีโอกาสแก้ไขพัฒนาจิตได้ตลอดเวลา แม้ว่าคน ๆ นั้นกำลังเจ็บป่วยอย่างรุนแรงและนอนรอความตายอยู่ ก็ยังมีประโยชน์ต่อจิตนั้นในการพัฒนา เพราะจิตสามารถรับรู้จากประสบการณ์ของจริงที่กำลังเผชิญอยู่ ทำให้จิตฉลาดหรือมีปัญญามากขึ้นในเรื่องชีวิต ทำให้จิตสะสมความรู้เรื่องชีวิตจิตใจเพียงพอ จนวันหนึ่งในอนาคต ( ซึ่งหมายถึงชาติที่จะเกิดใหม่ในอนาคตหรือจะเป็นอนาคตของชีวิตที่ยังมีอยู่ในชาติปัจจุบันก็ได้ ) สามารถเข้าถึงสภาวะความเป็นธรรมชาติทั้งมวล ( สภาวะการรับรู้และยอมรับทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาล ที่มันต้องเป็นไปตามเหตุปัจจัยของมันเอง จนจิตเกิดอิสรภาพปล่อยวางความทุกข์ที่เกิดจากการไม่เข้าใจธรรมชาติของสรรพสิ่ง  )

               นั่นคือ "ที่สุดแห่งทุกข์หรือการดับทุกข์" นั่นเอง







Copyright © 2010 All Rights Reserved.